ความท้าทายของ Stablecoin: กลไกการประกันมูลค่าและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

By admin , 30 December 2025

Stablecoin ถูกโปรโมทว่าเป็นวิธี ลดความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล ทำให้สามารถใช้เป็น สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บมูลค่า ได้ อย่างไรก็ตาม การออกแบบ stablecoin มีความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่อง การประกันมูลค่า (collateralization)


1. ทำไมการประกันมูลค่าถึงสำคัญ

Stablecoin มักจะรักษามูลค่าโดย ผูกกับสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น USD, ทองคำ หรือชุดสินทรัพย์
เพื่อให้ Peg ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ stablecoin จำเป็นต้องมี มูลค่าประกันเพียงพอ เพื่อ:

  • รองรับความผันผวนของตลาด

  • ให้ผู้ใช้สามารถแลก stablecoin เป็นสินทรัพย์อ้างอิงได้ทุกเวลา

  • สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้และนักลงทุน

หาก มูลค่าประกันไม่เพียงพอ ราคาของ stablecoin อาจ ต่ำกว่า peg ในช่วงตลาดผันผวน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสีย peg


2. Stablecoin ที่ประกันมูลค่าครบ 100%: เสถียรแต่ใช้ทุนสูง

บาง stablecoin ประกันมูลค่าครบ 100% เช่น:

  • USDC (USD Coin): USDC ทุกเหรียญมี USD 1 หนุนหลังในบัญชีสำรอง และตรวจสอบโดยบริษัทอิสระ

  • Paxos Standard (PAX): 1 PAX = 1 USD และตรวจสอบประจำเพื่อให้มั่นใจว่ามีสินทรัพย์สนับสนุนครบ

ข้อดี:

  • ราคามั่นคงสูง peg แข็งแรง

  • ความเสี่ยงล้มเหลวต่ำ

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้ทุนจำนวนมากในการออกเหรียญใหม่

  • มีค่าใช้จ่ายสูงในการเก็บ จัดการ และประกันสินทรัพย์

  • ขยายระบบได้จำกัดเมื่อมีความต้องการสูง

สรุปคือ การประกันมูลค่าครบ 100% ทำให้ stablecoin เชื่อถือได้ แต่มีต้นทุนสูงและยืดหยุ่นน้อย


3. การประกันมูลค่าแบบบางส่วนหรือแบบอัลกอริทึม: ความเสี่ยงสูงขึ้น

บาง stablecoin ใช้ การประกันมูลค่าแบบบางส่วน หรือ อัลกอริทึมปรับ supply เช่น:

  • DAI (MakerDAO): Peg ~1 USD โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภท (ETH, BAT) พร้อม overcollateralization

  • Basis (ยกเลิกแล้ว): ใช้อัลกอริทึมปรับ supply โดยไม่ต้องมี collaterals ครบ 100%

ข้อดี:

  • ใช้ทุนเริ่มต้นน้อยกว่า

  • ขยายและออกเหรียญได้เร็วกว่า

ข้อเสีย:

  • ความเสี่ยง Peg ล้มเหลวสูงเมื่อความผันผวนตลาดสูง

  • อาจเกิด panic sell หากผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่น

  • อัลกอริทึมอาจทำงานไม่ได้ในเหตุการณ์ตลาดสุดโต่งหรือไม่คาดคิด


4. ภาพประกอบกลไกการประกันมูลค่า

สามารถมองเห็นกลไกได้ดังนี้:

 
[ผู้ใช้] --(ซื้อ/แลก)--> [Stablecoin] <--(หนุนหลังโดย)--> [สินทรัพย์: USD, ETH, ทอง…]                             ↑                                     |                             |                                     |                      (Smart contract / ธนาคาร / Custodian)------- 
  • Collateralization 100%: ทุกเหรียญได้รับสินทรัพย์สนับสนุนเต็ม → เสถียรแต่ต้นทุนสูง

  • Partial / Algorithmic: สนับสนุนบางส่วน → ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เสี่ยงสูง

ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจ กระบวนการรักษา peg และการบริหารความเสี่ยง


5. ปัญหาหลักยังคงอยู่

แม้มี blockchain, smart contract หรืออัลกอริทึม แต่ ปัญหาหลักยังคือ เงินต้องมีมูลค่าจริงเพื่อยึด peg

ปัญหาดั้งเดิมยังอยู่:

  • ความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง

  • ยากต่อการคาดการณ์สภาพคล่อง

  • ความเสี่ยงจากการเก็บสินทรัพย์ (custody)

  • พฤติกรรมผู้ใช้สามารถทำลาย peg ได้

Stablecoin ไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงทั้งหมดได้ แต่สามารถ ลดความผันผวนให้อยู่ในขอบเขตควบคุมได้


6. สรุป

การ ประกันมูลค่า คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเสถียรของ stablecoin:

  • Collateralization 100% → เสถียรแต่ต้นทุนสูงและยืดหยุ่นน้อย

  • Partial Collateralization → เสี่ยงสูง ต้องใช้อัลกอริทึมและกลไกสำรองที่แข็งแรง

นักพัฒนา stablecoin ต้อง สร้างสมดุลระหว่างต้นทุน เสถียรภาพ และการขยายตัว พร้อมเตรียม กลไกสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ตลาดไม่คาดคิด

Stablecoin เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพ แต่ ไม่ใช่ทางออกวิเศษที่กำจัดความเสี่ยงตลาดได้ทั้งหมด การเข้าใจความท้าทายเรื่อง collaterals จะช่วยให้ผู้ใช้และนักลงทุนประเมิน มูลค่าและความปลอดภัยได้ถูกต้อง