Stablecoin ถูกโปรโมทว่าเป็นวิธี ลดความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล ทำให้สามารถใช้เป็น สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บมูลค่า ได้ อย่างไรก็ตาม การออกแบบ stablecoin มีความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่อง การประกันมูลค่า (collateralization)
1. ทำไมการประกันมูลค่าถึงสำคัญ
Stablecoin มักจะรักษามูลค่าโดย ผูกกับสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น USD, ทองคำ หรือชุดสินทรัพย์
เพื่อให้ Peg ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ stablecoin จำเป็นต้องมี มูลค่าประกันเพียงพอ เพื่อ:
รองรับความผันผวนของตลาด
ให้ผู้ใช้สามารถแลก stablecoin เป็นสินทรัพย์อ้างอิงได้ทุกเวลา
สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้และนักลงทุน
หาก มูลค่าประกันไม่เพียงพอ ราคาของ stablecoin อาจ ต่ำกว่า peg ในช่วงตลาดผันผวน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการสูญเสีย peg
2. Stablecoin ที่ประกันมูลค่าครบ 100%: เสถียรแต่ใช้ทุนสูง
บาง stablecoin ประกันมูลค่าครบ 100% เช่น:
USDC (USD Coin): USDC ทุกเหรียญมี USD 1 หนุนหลังในบัญชีสำรอง และตรวจสอบโดยบริษัทอิสระ
Paxos Standard (PAX): 1 PAX = 1 USD และตรวจสอบประจำเพื่อให้มั่นใจว่ามีสินทรัพย์สนับสนุนครบ
ข้อดี:
ราคามั่นคงสูง peg แข็งแรง
ความเสี่ยงล้มเหลวต่ำ
ข้อเสีย:
ต้องใช้ทุนจำนวนมากในการออกเหรียญใหม่
มีค่าใช้จ่ายสูงในการเก็บ จัดการ และประกันสินทรัพย์
ขยายระบบได้จำกัดเมื่อมีความต้องการสูง
สรุปคือ การประกันมูลค่าครบ 100% ทำให้ stablecoin เชื่อถือได้ แต่มีต้นทุนสูงและยืดหยุ่นน้อย
3. การประกันมูลค่าแบบบางส่วนหรือแบบอัลกอริทึม: ความเสี่ยงสูงขึ้น
บาง stablecoin ใช้ การประกันมูลค่าแบบบางส่วน หรือ อัลกอริทึมปรับ supply เช่น:
DAI (MakerDAO): Peg ~1 USD โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภท (ETH, BAT) พร้อม overcollateralization
Basis (ยกเลิกแล้ว): ใช้อัลกอริทึมปรับ supply โดยไม่ต้องมี collaterals ครบ 100%
ข้อดี:
ใช้ทุนเริ่มต้นน้อยกว่า
ขยายและออกเหรียญได้เร็วกว่า
ข้อเสีย:
ความเสี่ยง Peg ล้มเหลวสูงเมื่อความผันผวนตลาดสูง
อาจเกิด panic sell หากผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่น
อัลกอริทึมอาจทำงานไม่ได้ในเหตุการณ์ตลาดสุดโต่งหรือไม่คาดคิด
4. ภาพประกอบกลไกการประกันมูลค่า
สามารถมองเห็นกลไกได้ดังนี้:
Collateralization 100%: ทุกเหรียญได้รับสินทรัพย์สนับสนุนเต็ม → เสถียรแต่ต้นทุนสูง
Partial / Algorithmic: สนับสนุนบางส่วน → ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่เสี่ยงสูง
ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจ กระบวนการรักษา peg และการบริหารความเสี่ยง
5. ปัญหาหลักยังคงอยู่
แม้มี blockchain, smart contract หรืออัลกอริทึม แต่ ปัญหาหลักยังคือ เงินต้องมีมูลค่าจริงเพื่อยึด peg
ปัญหาดั้งเดิมยังอยู่:
ความผันผวนของสินทรัพย์อ้างอิง
ยากต่อการคาดการณ์สภาพคล่อง
ความเสี่ยงจากการเก็บสินทรัพย์ (custody)
พฤติกรรมผู้ใช้สามารถทำลาย peg ได้
Stablecoin ไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงทั้งหมดได้ แต่สามารถ ลดความผันผวนให้อยู่ในขอบเขตควบคุมได้
6. สรุป
การ ประกันมูลค่า คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเสถียรของ stablecoin:
Collateralization 100% → เสถียรแต่ต้นทุนสูงและยืดหยุ่นน้อย
Partial Collateralization → เสี่ยงสูง ต้องใช้อัลกอริทึมและกลไกสำรองที่แข็งแรง
นักพัฒนา stablecoin ต้อง สร้างสมดุลระหว่างต้นทุน เสถียรภาพ และการขยายตัว พร้อมเตรียม กลไกสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ตลาดไม่คาดคิด
Stablecoin เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพ แต่ ไม่ใช่ทางออกวิเศษที่กำจัดความเสี่ยงตลาดได้ทั้งหมด การเข้าใจความท้าทายเรื่อง collaterals จะช่วยให้ผู้ใช้และนักลงทุนประเมิน มูลค่าและความปลอดภัยได้ถูกต้อง